"ออกรถไฟฟ้าแล้วค่าไฟบ้านจะพุ่งไหม" คือความกังวลคลาสสิก คำตอบคือเพิ่มขึ้นจริง แต่เพิ่มน้อยกว่าค่าน้ำมันที่หายไปมาก และคุณคำนวณล่วงหน้าได้แม่นๆ ด้วยสูตร 3 ขั้นตอนนี้

ขั้นที่ 1 — รู้อัตราสิ้นเปลืองของรถ

ดูจากหน้าจอรถหรือสเปคผู้ผลิต หน่วยที่ใช้บ่อยคือ กม./kWh รถ EV ขนาดกลางส่วนใหญ่ทำได้ราว 5–7 กม./หน่วย ขับในเมืองมักดีกว่าทางด่วน สมมติรถคุณทำได้ 6 กม./kWh

ขั้นที่ 2 — คูณระยะทางต่อเดือน

ขับเดือนละ 1,500 กม. ÷ 6 กม./kWh = ใช้พลังงาน 250 หน่วย บวกการสูญเสียในการชาร์จอีกราว 10% (พลังงานบางส่วนกลายเป็นความร้อน) = ดึงไฟจากมิเตอร์จริงประมาณ 275 หน่วยต่อเดือน

ขั้นที่ 3 — คูณค่าไฟต่อหน่วย

ค่าไฟบ้านอัตราปกติรวมค่า Ft ปัจจุบันอยู่ราว 4–5 บาท/หน่วย สมมติ 4.5 บาท: 275 × 4.5 = ประมาณ 1,240 บาทต่อเดือน เทียบกับรถน้ำมันที่ระยะเท่ากัน (สมมติ 2.5 บาท/กม.) จะจ่ายราว 3,750 บาท — ประหยัดไปกว่า 2,500 บาททุกเดือน หรือปีละสามหมื่นบาท

อยากให้ถูกลงอีก

สองเทคนิคหลัก: (1) เปลี่ยนเป็นมิเตอร์ TOU แล้วตั้งเวลาชาร์จหลังสี่ทุ่ม อัตรากลางคืนถูกกว่าปกติชัดเจน ทำให้ค่าไฟชาร์จรถต่อเดือนลดลงได้อีกมาก (2) ถ้ามีโซลาร์เซลล์ ชาร์จช่วงกลางวันวันหยุดเพื่อใช้ไฟฟรีจากหลังคา ทั้งนี้เครื่องชาร์จที่ตั้งเวลาและตั้งกระแสได้ละเอียดจะช่วยให้บริหารสองอย่างนี้ง่ายขึ้นมาก

อยากเห็นตัวเลขของตัวเองแบบละเอียด ลองใช้เครื่องมือคำนวณค่าไฟชาร์จ EV บนเว็บไซต์ GED — ใส่ขนาดแบตเตอรี่ ค่าไฟ และอัตราสิ้นเปลืองของรถคุณ ระบบจะคำนวณให้เห็นทั้งต่อครั้งและต่อกิโลเมตรทันที