"ติดโซลาร์แล้วชาร์จรถฟรีเลยใช่ไหม" — ใช่ครึ่งหนึ่ง บทความนี้จะพาดูตัวเลขจริงว่าโซลาร์เซลล์ชาร์จรถ EV ได้แค่ไหน ต้องมีระบบใหญ่เท่าไหร่ และเงื่อนไขอะไรที่ทำให้คุ้มหรือไม่คุ้ม
หลักการพื้นฐาน: ชาร์จตอนแดดออก
โซลาร์เซลล์ผลิตไฟช่วงกลางวัน (แดดดีจริงประมาณ 9:00–16:00) ถ้ารถจอดบ้านช่วงนั้น ไฟจากหลังคาจะไหลเข้ารถโดยตรง ไม่ผ่านมิเตอร์ = ส่วนนั้นฟรีจริง แต่ถ้ารถออกไปทำงานกลางวันแล้วกลับมาชาร์จกลางคืน ไฟที่ใช้ก็มาจากการไฟฟ้าตามปกติ โซลาร์ช่วยแค่ลดบิลส่วนอื่นของบ้าน
ขนาดระบบกับกำลังชาร์จ ต้องดูคู่กัน
ระบบโซลาร์บ้านทั่วไป 3–5 kW ขณะที่เครื่องชาร์จ 7.4kW กินไฟมากกว่าที่หลังคาผลิตได้ ถ้าตั้งชาร์จเต็มกำลังตอนกลางวัน ไฟส่วนต่างจะถูกดึงจาก grid มาผสมโดยอัตโนมัติ ทางแก้คือ (1) ตั้งกระแสชาร์จให้ต่ำลงราว 10–16A ให้ใกล้เคียงกำลังผลิตจริง หรือ (2) ใช้เครื่องชาร์จ/ระบบที่ปรับกระแสตามกำลังโซลาร์แบบเรียลไทม์ (solar-aware charging) ชาร์จช้าลงแต่เป็นไฟฟรีเกือบทั้งหมด
ตัวอย่างตัวเลขจริง
ระบบ 5kW วันแดดดีผลิตได้ราว 20–25 หน่วย ถ้าแบ่งมาชาร์จรถ 15 หน่วย จะได้ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร (ที่อัตราสิ้นเปลือง 6 กม./หน่วย) — เพียงพอกับการใช้งานในเมืองของคนส่วนใหญ่ทั้งวัน คิดเป็นค่าไฟที่ประหยัดได้ราว 60–70 บาทต่อวัน หรือเกือบสองพันบาทต่อเดือนถ้าชาร์จจากแดดได้ทุกวัน
ใครคุ้มจริง
กลุ่มที่คุ้มชัดเจน: คนทำงานที่บ้าน, ร้านค้า/ออฟฟิศที่รถจอดกลางวัน, บ้านที่มีรถ 2 คันสลับจอด และเจ้าของกิจการที่ติดโซลาร์อยู่แล้ว กลุ่มที่ควรใช้แผนอื่น: คนขับรถออกเช้ากลับค่ำทุกวัน — กรณีนี้มิเตอร์ TOU ชาร์จกลางคืนตอบโจทย์กว่า หรือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน: กลางวันหลังคาลดบิลบ้าน กลางคืนชาร์จรถอัตรา Off-Peak
GED ให้คำปรึกษาการติดตั้งเครื่องชาร์จให้ทำงานร่วมกับระบบโซลาร์ที่มีอยู่ หรือวางแผนติดพร้อมกันทั้งสองระบบตั้งแต่แรกเพื่อเดินสายรอบเดียวจบ ประหยัดค่าแรงและได้ระบบที่คุยกันรู้เรื่องจริง
