ก่อนติดเครื่องชาร์จรถไฟฟ้า คำถามแรกที่วิศวกรจะถามคือ "มิเตอร์บ้านขนาดเท่าไหร่" เพราะมันคือเพดานของกระแสไฟทั้งบ้าน บทความนี้จะสอนอ่านค่ามิเตอร์ให้เป็นใน 1 นาที และรู้ว่าบ้านคุณพร้อมแค่ไหน
อ่านค่า 15(45) และ 30(100) ให้เป็น
ตัวเลขบนมิเตอร์เช่น 15(45) หมายถึงพิกัดกระแส 15 แอมป์ และรับโหลดสูงสุดได้ราว 45 แอมป์ ส่วน 30(100) คือพิกัด 30 แอมป์ รับได้ราว 100 แอมป์ บ้านเดี่ยวทั่วไปมักได้ 15(45) เฟสเดียวมาจากการไฟฟ้าตั้งแต่แรก ถ้าเป็นบ้านหลังใหญ่หรือขอไว้เผื่อมักเป็น 30(100) หรือ 3 เฟส 15(45)
เครื่องชาร์จ 7.4kW กินไฟแค่ไหน
เครื่องชาร์จ AC 7.4kW ที่ตั้งกระแสเต็ม 32A จะกินไฟต่อเนื่องประมาณ 32 แอมป์ตลอดหลายชั่วโมง ซึ่งถือเป็นโหลด "หนักและต่อเนื่อง" ต่างจากเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เมื่อบวกกับแอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น และโหลดอื่นในบ้านช่วงหัวค่ำ มิเตอร์ 15(45) จะเริ่มตึงมาก มีโอกาสไฟตกหรือเบรกเกอร์เมนตัดถ้าใช้พร้อมกันหมด
ทางเลือกเมื่อมิเตอร์เล็ก
มี 3 ทางหลัก: (1) ขอเพิ่มขนาดมิเตอร์เป็น 30(100) กับการไฟฟ้า — ตรงไปตรงมาที่สุด เหมาะกับบ้านที่ใช้ไฟเยอะอยู่แล้ว (2) ตั้งกระแสเครื่องชาร์จให้ต่ำลง เช่น 16–20A เพื่อให้อยู่ในงบกระแสที่เหลือ — ชาร์จช้าลงแต่ไม่ต้องแก้อะไร (3) ใช้เครื่องชาร์จที่มีระบบ Dynamic Load Management ที่วัดโหลดบ้านแบบเรียลไทม์แล้วปรับกระแสชาร์จอัตโนมัติ ไม่ให้เกินเพดานมิเตอร์ — ทางเลือกที่ฉลาดและนิยมขึ้นเรื่อยๆ
อยากได้ 22kW ต้องรู้อะไร
เครื่องชาร์จ 22kW ต้องใช้ไฟ 3 เฟส (เช่นมิเตอร์ 3 เฟส 15(45) ขึ้นไป) และตัวรถต้องรองรับ AC 22kW ด้วยจึงจะได้ความเร็วเต็ม รถส่วนใหญ่ในตลาดรับ AC ได้ 7–11kW ดังนั้นหลายบ้านที่ขอไฟ 3 เฟสมาเผื่อ อาจพบว่า 7.4kW หรือ 11kW ก็เพียงพอกับการใช้งานจริงแล้ว
ไม่แน่ใจว่าบ้านตัวเองอยู่เคสไหน ถ่ายรูปมิเตอร์กับตู้ไฟ แล้วส่งให้ทีมวิศวกร GED ช่วยดูได้ฟรี เราจะบอกตรงๆ ว่าต้องเพิ่มมิเตอร์หรือแค่ตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสมก็พอ
