เครื่องชาร์จไม่ทำงานตอนเช้าที่ต้องรีบออกจากบ้านคือฝันร้ายของคนใช้ EV ข่าวดีคือปัญหาส่วนใหญ่แก้ได้เองใน 5 นาทีถ้ารู้ลำดับการเช็ก บทความนี้ไล่ให้ทีละอาการ

อาการ 1: เสียบแล้วเงียบ ไม่เริ่มชาร์จ

เช็กตามลำดับ: (1) หัวชาร์จเสียบแน่นจนล็อกทั้งฝั่งรถและฝั่งเครื่องหรือยัง — เสียงคลิกต้องมา (2) รถตั้งเวลาชาร์จไว้หรือเปล่า หลายคันตั้งให้เริ่มหลังสี่ทุ่มเพื่อใช้ TOU แล้วลืม (3) เครื่องชาร์จตั้งโหมด RFID ไว้ไหม ถ้าใช่ต้องแตะบัตรก่อน (4) แบตรถเต็มตามเปอร์เซ็นต์ที่ตั้งไว้แล้วหรือยัง หลายคนตั้งเพดาน 80% แล้วลืม

อาการ 2: เบรกเกอร์หรือกันดูดตัดบ่อย

ถ้าตัดทันทีที่เริ่มชาร์จ มักเป็นไฟรั่วจริง — สาเหตุยอดฮิตคือความชื้นเข้าหัวชาร์จหลังฝนตก หรือสายชาร์จมีรอยแตก ให้ถอดหัว เช็ดให้แห้ง ตรวจสายทั้งเส้นด้วยตา แล้วลองใหม่ ถ้ายังตัดซ้ำ อย่ากดล้างแล้วฝืนใช้ต่อ เพราะระบบกันดูดกำลังปกป้องคุณอยู่ ให้หยุดใช้และเรียกช่างตรวจ ถ้าตัดหลังชาร์จไปนานๆ อาจเป็นโหลดบ้านรวมเกิน ลองลดกระแสชาร์จลงหนึ่งขั้น

อาการ 3: ชาร์จได้แต่ช้าผิดปกติ

สาเหตุเรียงตามความน่าจะเป็น: กระแสถูกตั้งไว้ต่ำ (ในแอปเครื่องหรือในรถ) — เช็กทั้งสองที่, อากาศร้อนจัดทำให้รถหรือเครื่องลดกำลังปกป้องตัวเอง (derating) ซึ่งเป็นเรื่องปกติช่วงบ่ายแดดแรง, หรือระบบ Load Management กำลังลดกระแสให้เพราะบ้านใช้ไฟเยอะ ณ ขณะนั้น ลองชาร์จช่วงดึกเทียบดูจะรู้ทันที

อาการ 4: ขึ้นรหัส Error บนจอ

จดรหัสไว้แล้วเปิดคู่มือเครื่องเทียบ รหัสที่พบบ่อยคือกลุ่มไฟรั่ว (ตรวจสาย/ความชื้น) กลุ่มแรงดันผิดปกติ (ไฟบ้านตกหรือเกิน — พบบ่อยช่วงพายุ) และกลุ่มสื่อสารกับรถ (ลองถอดเสียบใหม่ หรือล็อก-ปลดล็อกรถหนึ่งรอบ) ถ้ารหัสเดิมกลับมาซ้ำๆ ให้ถ่ายรูปจอส่งให้ทีมบริการ

ดูแลอย่างไรให้อยู่ยาว

กิจวัตรง่ายๆ เดือนละครั้ง: กดปุ่ม Test ของระบบกันไฟรั่วแล้วดูว่าตัดจริง (แล้วรีเซ็ตกลับ), ตรวจหัวชาร์จหารอยไหม้หรือขั้วดำ, ปิดฝากันฝุ่นทุกครั้งหลังใช้, และอย่าให้สายพาดบนพื้นให้รถทับ อาการที่ควรเรียกช่างทันทีคือ กลิ่นไหม้ เสียงแตกซ่า ปลั๊กหรือเบรกเกอร์ร้อนจัด — ลูกค้า GED ติดต่อทีมบริการหลังการขายได้โดยตรง เรามีอะไหล่และช่างพร้อมดูแลตลอดอายุการใช้งาน