บ้านที่ทำหลังคาโรงรถพร้อมแผงโซลาร์มักมีงานไฟอยู่บริเวณเดียวกับจุดที่อยากติด Home Charger อยู่แล้ว ดูเหมือนสะดวก แต่จริง ๆ ควรแยกระบบและแนวตรวจซ่อมให้เข้าใจง่าย
ประเด็นสำคัญคืออย่าเพิ่มวงจรชาร์จรถเข้าไปแบบดูจากระยะใกล้ที่สุดอย่างเดียว เพราะระบบโซลาร์มีตู้ อุปกรณ์ป้องกัน และแนวสายของตัวเองที่ต้องรักษาพื้นที่ทำงานไว้
ไล่แนวสายเดิมก่อนเพิ่มงานใหม่
ควรรู้ว่าสายจากแผงโซลาร์ อินเวอร์เตอร์ ตู้ป้องกัน และตู้เมนเดินผ่านจุดใดบ้าง เพื่อไม่ให้แนวท่อ Home Charger ไปซ้อนหรือบังจุดตรวจซ่อมเดิม
แยกป้ายวงจรให้คนใช้อ่านออก
เมื่อตู้ไฟมีทั้งวงจรบ้าน โซลาร์ และ Home Charger ป้ายกำกับต้องชัด เจ้าของบ้านและช่างควรรู้ว่าต้องตัดไฟส่วนใดก่อนเริ่มตรวจงานแต่ละระบบ
เผื่อพื้นที่ซ่อมแผงและเครื่องชาร์จ
บนโรงรถควรยังมีทางเข้าถึงโครงหลังคา รางสาย และตู้ไฟที่เกี่ยวข้อง หากติดเครื่องชาร์จบังจุดทำงาน อาจลำบากตอนล้างแผงหรือซ่อมอินเวอร์เตอร์
ข้อมูลที่ควรรวบรวม
• รูปแผงโซลาร์และอินเวอร์เตอร์
• รูปตู้ไฟที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
• ตำแหน่งที่อยากติดเครื่องชาร์จ
• แนวท่อหรือสายเดิมใต้หลังคา
• พื้นที่ที่ช่างโซลาร์ใช้เข้าซ่อม
ข้อมูลหน้างานที่ควรเตรียมก่อนตัดสินใจ
รูปมิเตอร์ ตู้เมน จุดจอด แนวเดินสาย ระยะโดยประมาณ และรายการเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงในบ้าน ช่วยให้ทีมติดตั้งประเมินได้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องความสวยงาม งานเจาะ งานซ่อนท่อ หรือพื้นที่ที่ไม่อยากให้สายผ่าน ควรบอกตั้งแต่ต้น
มุมมองจากหน้างาน
ถ้าเป็นผมจะให้ความสำคัญกับการทำระบบให้อ่านง่าย เพราะบ้านที่มีหลายระบบอยู่ใกล้กันไม่ได้กลัวเรื่องติดตั้งยากเท่ากลัวเรื่องตรวจซ่อมแล้วไม่รู้ว่าอะไรต่อกับอะไร
คุยกับ GED ก่อนเริ่มงาน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าบ้านเหมาะกับแนวทางไหน สามารถส่งรูปจุดจอด ตู้เมน และมิเตอร์ให้ทีม GED ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ก่อนนัดสำรวจจริง
อีกเรื่องที่ควรคิดเผื่อคือการใช้งานในอนาคต เช่น เปลี่ยนรถ เพิ่มรถอีกคัน หรือปรับพื้นที่จอด หากวางตำแหน่งเครื่องและแนวสายให้ยืดหยุ่นพอประมาณตั้งแต่ต้น จะลดโอกาสต้องรื้อแก้งานโดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายวันนี้เกินจำเป็น
สรุป
โรงรถที่มีหลังคาโซลาร์ติด Home Charger ได้ แต่ควรวางแนวสายและจุดตัดไฟให้แยกชัด มีป้ายกำกับ และไม่บังพื้นที่ซ่อมของระบบเดิม
