โรงรถที่มีน้ำรั่วเล็ก ๆ อาจดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ในวันปกติ แต่สำหรับงานไฟฟ้าที่ต้องรับโหลดชาร์จต่อเนื่องหลายชั่วโมง ความชื้นและน้ำหยดเป็นประเด็นที่ควรแก้ก่อนเริ่มติดตั้ง
คำตอบที่ดีไม่ใช่แค่ย้ายเครื่องให้พ้นน้ำ แต่ต้องดูว่าต้นทางน้ำมาจากไหน ฝนสาดจากทิศใด และแนวสายหรือจุดตัดไฟอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือไม่
แก้สาเหตุน้ำก่อนเลือกตำแหน่งเครื่อง
ถ้าหลังคารั่ว รางน้ำล้น หรือผนังมีน้ำซึม ควรซ่อมให้ชัดก่อนติดตั้ง ไม่อย่างนั้นตำแหน่งที่ดูปลอดภัยวันนี้อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงในฤดูฝน
ดูทิศฝนสาด ไม่ใช่ดูเฉพาะวันสำรวจ
บางบ้านวันที่ช่างเข้าไปดูแดดออก แต่ฝนจริงสาดจากด้านข้าง ควรถ่ายรูปหรือเล่าว่าน้ำเข้าจุดไหนบ้างในวันที่ฝนตกหนัก
ตำแหน่งอุปกรณ์ต้องตรวจง่าย
เครื่อง ตู้ย่อย และอุปกรณ์ป้องกันควรอยู่ในจุดที่ไม่โดนน้ำโดยตรงและเปิดตรวจได้ง่าย ไม่ควรซ่อนไว้หลังของหรือจุดที่เปียกชื้นประจำ
รูปที่ควรเตรียม
• จุดที่น้ำหยดหรือรั่วซึม
• แนวหลังคาและรางน้ำ
• ตำแหน่งรถจอดจริง
• ตู้ไฟและแนวเดินสายที่เป็นไปได้
• ภาพหลังฝนตกถ้ามี
ข้อมูลหน้างานที่ควรเก็บก่อนตัดสินใจ
รูปตู้เมน มิเตอร์ จุดจอด แนวเดินสาย ระยะโดยประมาณ และช่วงเวลาที่บ้านใช้ไฟหนัก ช่วยให้ทีมติดตั้งประเมินได้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น ถ้ามีพื้นที่เปียก ผนังเบา จุดที่ไม่อยากเจาะ หรือข้อจำกัดเรื่องความเรียบร้อย ควรแจ้งตั้งแต่ต้น
มุมมองจากหน้างาน
จากประสบการณ์ งานที่รีบติดตั้งทั้งที่พื้นที่ยังรั่วซึมมักเสียเวลาตามแก้มากกว่างานที่หยุดแก้หลังคาหรือตำแหน่งน้ำก่อน วันติดตั้งอาจช้าลงเล็กน้อย แต่เจ้าของบ้านสบายใจกว่า
คุยกับ GED ก่อนเริ่มงาน
ถ้ายังไม่แน่ใจว่าบ้านเหมาะกับแนวทางไหน สามารถส่งรูปจุดจอด ตู้เมน และมิเตอร์ให้ทีม GED ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ก่อนนัดสำรวจจริง
อีกเรื่องที่ควรคิดเผื่อคือการใช้งานในอนาคต เช่น เปลี่ยนรถ เพิ่มรถอีกคัน หรือปรับพื้นที่จอด หากวางตำแหน่งเครื่องและแนวสายให้ยืดหยุ่นพอประมาณตั้งแต่ต้น จะลดโอกาสต้องรื้อแก้งานโดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายวันนี้เกินจำเป็น
อีกเรื่องที่ควรคิดเผื่อคือการใช้งานในอนาคต เช่น เปลี่ยนรถ เพิ่มรถอีกคัน หรือปรับพื้นที่จอด หากวางตำแหน่งเครื่องและแนวสายให้ยืดหยุ่นพอประมาณตั้งแต่ต้น จะลดโอกาสต้องรื้อแก้งานโดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายวันนี้เกินจำเป็น
สรุป
โรงรถมีน้ำรั่วติด Home Charger ได้เมื่อแก้ต้นทางน้ำ เลือกตำแหน่งที่ไม่โดนฝนสาด และวางอุปกรณ์ให้ตรวจดูแลได้จริง
