บ้านจำนวนมากติดกล้องวงจรปิด เราเตอร์ หรือระบบกันขโมยไว้ทำงานตลอดวัน พอเพิ่ม Home Charger เข้าไปในระบบไฟเดียวกัน จึงไม่ควรมองว่าเป็นแค่การเพิ่มปลั๊กกำลังสูงอีกจุดหนึ่ง

อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยกินไฟไม่มาก แต่ต้องนิ่งและไม่ควรดับง่าย จุดที่ต้องคิดคือวงจรไหนควรแยก จุดสำรองไฟอยู่ตรงไหน และเวลาเกิดเบรกเกอร์ตัดจะกระทบอะไรบ้าง

แยกวงจรให้ดูแลและตัดไฟได้ชัด

Home Charger ควรมีวงจรของตัวเอง ส่วนกล้องหรือระบบกันขโมยควรอยู่ในวงจรที่เจ้าของบ้านเข้าใจและไม่ถูกตัดร่วมโดยไม่ตั้งใจ

ดูตำแหน่งเราเตอร์และอุปกรณ์สำรองไฟ

หลายบ้านเสียบเราเตอร์ กล้อง และกล่องบันทึกภาพอยู่ใกล้ตู้ไฟ หากต้องปรับตู้หรือลากสายใหม่ ควรดูไม่ให้งานติดตั้งไปกระทบระบบเหล่านี้

อย่าให้สายสัญญาณปนกับงานกำลังโดยไม่จำเป็น

งานไฟกำลังและสายสัญญาณควรวางแนวให้เรียบร้อย อ่านง่าย และไม่ทำให้วันซ่อมต้องไล่สายกันวุ่นวาย

เช็กลิสต์ก่อนคุยกับช่าง

• ถ่ายรูปตู้ไฟและจุดเสียบอุปกรณ์กล้อง

• บอกว่ามีเครื่องสำรองไฟหรือไม่

• ระบุจุดที่อินเทอร์เน็ตหรือกล้องต้องไม่ดับ

• ถ่ายแนวเดินสายที่อยู่ใกล้สายสัญญาณ

• ถามวิธีตัดไฟวงจรชาร์จแบบไม่กระทบอุปกรณ์อื่น

ข้อมูลหน้างานที่ควรเก็บก่อนตัดสินใจ

รูปตู้เมน มิเตอร์ จุดจอด แนวเดินสาย ระยะโดยประมาณ และช่วงเวลาที่บ้านใช้ไฟหนัก ช่วยให้ทีมติดตั้งประเมินได้ใกล้เคียงความจริงมากขึ้น ถ้ามีพื้นที่เปียก ผนังเบา จุดที่ไม่อยากเจาะ หรือข้อจำกัดเรื่องความเรียบร้อย ควรแจ้งตั้งแต่ต้น

มุมมองจากหน้างาน

พูดกันตรง ๆ ระบบกล้องราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับงาน Home Charger แต่ถ้าดับผิดเวลาหรือไล่สายยาก เจ้าของบ้านจะรู้สึกรำคาญมาก การแยกระบบให้เข้าใจง่ายตั้งแต่ต้นจึงคุ้มกว่า

คุยกับ GED ก่อนเริ่มงาน

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าบ้านเหมาะกับแนวทางไหน สามารถส่งรูปจุดจอด ตู้เมน และมิเตอร์ให้ทีม GED ช่วยประเมินเบื้องต้นได้ก่อนนัดสำรวจจริง

อีกเรื่องที่ควรคิดเผื่อคือการใช้งานในอนาคต เช่น เปลี่ยนรถ เพิ่มรถอีกคัน หรือปรับพื้นที่จอด หากวางตำแหน่งเครื่องและแนวสายให้ยืดหยุ่นพอประมาณตั้งแต่ต้น จะลดโอกาสต้องรื้อแก้งานโดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายวันนี้เกินจำเป็น

สรุป

บ้านที่มีกล้องวงจรปิดติด Home Charger ได้ แต่ควรแยกวงจรและจัดตู้ไฟให้ตัดไฟได้ชัดโดยไม่กระทบอุปกรณ์ที่ต้องทำงานตลอดเวลา