หน้างานโรงรถแคบเป็นเคสที่ดูเหมือนง่ายแต่พลาดได้บ่อย เพราะพื้นที่เหลือข้างรถน้อย เปิดประตูได้จำกัด และคนในบ้านต้องเดินผ่านจุดเดิมทุกวัน ถ้าติดเครื่องผิดตำแหน่ง สายชาร์จจะกลายเป็นสิ่งกีดขวางทันที
บทเรียนสำคัญคืออย่าเลือกตำแหน่งจากผนังว่างเพียงอย่างเดียว ต้องลองคิดตามตอนมีรถจอดจริง มีคนเดินผ่าน และต้องเก็บสายหลังชาร์จเสร็จทุกครั้ง
ลองจอดรถก่อนกำหนดตำแหน่งเครื่อง
ควรถ่ายรูปตอนรถจอดในตำแหน่งใช้งานจริง ไม่ใช่ตอนโรงรถว่าง เพราะระยะเปิดประตู จุดหัวชาร์จ และทางเดินจะเห็นชัดขึ้นมาก
สายต้องไม่พาดทางเดินหลัก
ถ้าสายต้องข้ามทางเดินเข้าบ้านหรือพาดบริเวณที่ผู้สูงอายุเดินบ่อย ควรเปลี่ยนตำแหน่งเครื่องหรือเพิ่มอุปกรณ์เก็บสายให้เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้ผู้ใช้ต้องระวังทุกครั้ง
ผนังที่ว่างอาจไม่ใช่ผนังที่ดีที่สุด
บางครั้งผนังที่ติดง่ายที่สุดทำให้สายตึงหรือขวางประตูรถ ตำแหน่งที่ดีควรเสียบง่าย เก็บง่าย และไม่โดนรถเฉี่ยวเมื่อต้องถอยเข้าถอยออก
เช็กหน้างานแบบวิศวกร
• ประตูรถเปิดได้สุดแค่ไหน
• หัวชาร์จรถอยู่ฝั่งใด
• คนเดินผ่านจุดไหนเป็นประจำ
• มีผนังหรือเสารับน้ำหนักสำหรับติดเครื่องไหม
• แนวท่อจะโดนรถเฉี่ยวหรือไม่
ข้อมูลหน้างานที่ควรเตรียมก่อนคุยกับทีมติดตั้ง
รูปมิเตอร์ ตู้เมน จุดจอด แนวเดินสาย และเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงในบ้านยังเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้ประเมินได้แม่นขึ้น ถ้ามีข้อจำกัดเรื่องงานเจาะ งานซ่อนท่อ หรือพื้นที่ที่ไม่อยากให้สายผ่าน ควรบอกตั้งแต่แรกเพื่อให้แบบติดตั้งไม่ต้องแก้ซ้ำ
มุมมองจากหน้างาน
ถ้าเป็นผมจะยอมขยับเครื่องออกจากจุดที่ติดง่ายที่สุดไปยังจุดที่ใช้งานง่ายที่สุด เพราะเจ้าของบ้านต้องเสียบและเก็บสายทุกวัน ไม่ใช่มองงานตอนช่างติดเสร็จเพียงครั้งเดียว
อีกเรื่องที่ควรคิดเผื่อคือการใช้งานในอนาคต เช่น เปลี่ยนรถ เพิ่มรถอีกคัน หรือปรับพื้นที่จอด หากวางตำแหน่งเครื่องและแนวสายให้ยืดหยุ่นพอประมาณตั้งแต่ต้น จะลดโอกาสต้องรื้อแก้งานโดยไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายวันนี้เกินจำเป็น
สรุป
โรงรถแคบติด Home Charger ได้ แต่ต้องออกแบบจากการใช้งานจริงของบ้าน เลือกตำแหน่งที่ไม่ขวางทางเดิน ไม่ทำให้สายตึง และปลอดภัยต่อทุกคนในบ้าน
