บ้านไทยจำนวนมากไม่ได้เจอแค่แดดร้อน แต่เจอฝนสาด น้ำไหลย้อน และพื้นโรงรถที่มีน้ำขังเป็นช่วง ๆ ด้วย ถ้าจะติด Home Charger จึงควรดูสภาพฝนจริงของบ้าน ไม่ใช่ดูจากตอนพื้นแห้งอย่างเดียว

พูดกันตรง ๆ เครื่องชาร์จที่ติดในตำแหน่งสวยแต่โดนฝนสาดเต็ม ๆ หรืออยู่ใกล้จุดน้ำขัง อาจทำให้เจ้าของบ้านกังวลทุกครั้งที่ฝนตกหนัก ทั้งที่ปัญหานี้ป้องกันได้ตั้งแต่วันสำรวจ

เริ่มจากระดับพื้นและทางน้ำไหล

ควรสังเกตว่าฝนตกแล้วน้ำไหลไปทางไหน มีจุดขังใกล้ล้อรถหรือผนังที่จะติดเครื่องหรือไม่ ถ้าพื้นลาดเข้าหาตัวบ้านหรือโรงรถต่ำกว่าถนน ต้องคุยเรื่องตำแหน่งอุปกรณ์และแนวท่อให้ละเอียด

ฝนสาดด้านข้างต่างจากมีหลังคา

หลายบ้านมีหลังคาโรงรถแต่ยังโดนฝนสาดด้านข้าง เครื่องชาร์จและจุดต่อสายจึงควรอยู่ในมุมที่ลดการโดนน้ำโดยตรง มีพื้นที่ระบายอากาศ และตรวจสอบได้ง่ายหลังฝนตก

จุดต่อไฟต้องอยู่ในตำแหน่งที่ดูแลได้

ไม่ควรซ่อนกล่อง จุดต่อ หรืออุปกรณ์ป้องกันไว้ในมุมที่เปียกชื้นหรือเปิดตรวจยาก เพราะถ้าเกิดความผิดปกติ ช่างควรเข้าตรวจได้เร็วและปลอดภัย

เช็กลิสต์ก่อนติดตั้งช่วงหน้าฝน

• ถ่ายรูปโรงรถหลังฝนตกให้เห็นทิศน้ำ

• บอกจุดที่เคยมีน้ำขังหรือฝนสาดแรง

• ดูว่ามีท่อระบายน้ำใกล้แนวเดินสายหรือไม่

• หลีกเลี่ยงการวางสายผ่านพื้นเปียกประจำ

• เลือกตำแหน่งเก็บสายที่ไม่โดนน้ำขัง

สรุป

อีกจุดที่ควรคุยก่อนสรุปงานคือการใช้งานในวันที่บ้านไม่เป็นไปตามปกติ เช่น มีแขกมาจอดรถเพิ่ม มีการต่อเติมโรงรถ หรือมีการเปลี่ยนรถในอนาคต การเผื่อพื้นที่และแนวสายแบบพอดีตั้งแต่ตอนติดตั้ง จะช่วยลดงานแก้ภายหลังโดยไม่ทำให้ระบบวันนี้เกินความจำเป็น

อีกจุดที่ควรคุยก่อนสรุปงานคือการใช้งานในวันที่บ้านไม่เป็นไปตามปกติ เช่น มีแขกมาจอดรถเพิ่ม มีการต่อเติมโรงรถ หรือมีการเปลี่ยนรถในอนาคต การเผื่อพื้นที่และแนวสายแบบพอดีตั้งแต่ตอนติดตั้ง จะช่วยลดงานแก้ภายหลังโดยไม่ทำให้ระบบวันนี้เกินความจำเป็น

ถ้าเป็นผมจะยอมขยับตำแหน่งเครื่องให้ใช้งานปลอดภัยในวันฝนตก มากกว่ายึดติดกับจุดที่ดูสวยที่สุดในวันที่อากาศดี เพราะ Home Charger ต้องอยู่กับบ้านหลายฤดู

การติดตั้งที่ดีควรทำให้เจ้าของบ้านเสียบชาร์จได้อย่างสบายใจทั้งวันที่แดดออกและวันที่ฝนเทลงมา